โดย : สุเทพ พงษ์พิทักษ์

การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่เกี่ยวกับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของท่านที่มีเงินได้พึงประเมินถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการ ซึ่งในปีนี้วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2552 คือวันพุธที่ 31 มีนาคม 2553 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายสำหรับการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90/91 จึงขอนำประเด็นการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามาปุจฉา-วิสัชนา ดังนี้

ปุจฉา เกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีข้อกำหนดอย่างไร

วิสัชนา เกณฑ์เงินได้ขั้นต่ำที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีข้อกำหนดเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน โดยยังคงใช้เกณฑ์ดังต่อไปนี้

1. สำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส บำนาญ แต่เพียงประเภทเดียว โดยไม่มีเงินได้ประเภทอื่น และเป็นคนโสดหรือผู้ที่ไม่มีคู่สมรสท่านต้องมีเงินได้เกินกว่า 50,000 บาท จึงจะมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ส่วนท่านที่มีคู่สมรส และมีเงินได้ฝ่ายเดียวท่านต้องมีเงินได้เกินกว่า 100,000 บาท จึงจะมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ทั้งนี้ ในกรณีที่ความเป็นสามีภริยาได้มีอยู่ตลอดปีภาษี และต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ดังกล่าว ไม่ว่าแต่ละฝ่ายจะมีเงินได้เป็นจำนวนเท่าใด หากมีเงินได้รวมกันไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด ก็ไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ทั้งนี้ กรณีนายจ้างยื่นแบบแทนลูกจ้างให้ใช้แบบ ภ.ง.ด.92

2. สำหรับผู้มีเงินได้ประเภทอื่นที่ไม่ใช่เงินได้จากการจ้างแรงงาน หรือมีเงินได้หลายประเภทรวมทั้งเงินได้จากการจ้างแรงงาน และเป็นคนโสดหรือผู้ที่ไม่มีคู่สมรสท่านต้องมีเงินได้เกินกว่า 30,000 บาท จึงจะมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ส่วนท่านที่มีคู่สมรสท่านต้องมีเงินได้เกินกว่า 60,000 บาท จึงจะมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90

3. สำหรับผู้มีเงินได้ที่เป็นคนต่างด้าวที่ทำงานเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ประกอบกิจการเป็น “สำนักงานปฏิบัติการภูมิภาค” (ROH) และเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 15 ของเงินได้เป็นเวลา 4 ปีนับแต่วันที่เข้าทำงาน ให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 95

ปุจฉา ทำไมผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

วิสัชนา เหตุผลของการที่ผู้มีเงินได้ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้พอสรุปได้ดังนี้

1. การยื่นแบบ ภ.ง.ด. เป็นหน้าที่ของบุคคลผู้มีเงินได้ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะสำหรับพลเมืองดี ที่เฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ได้มีการยื่นแบบตรงตามความเป็นจริง ไม่มีการหลีกเลี่ยงหรือหนีภาษี

2. ในทางตรงกันข้ามหากท่านไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด. ตามที่กฎหมายกำหนด อาจต้องรับโทษทั้งทางแพ่ง ได้แก่ เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และทางอาญา ได้แก่ ค่าปรับทางอาญา และโทษจำคุก

3. การยื่นแบบ ภ.ง.ด. เป็นส่วนหนึ่งการแสดงความโปร่งใส และความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้อันเป็นหลักธรรมาภิบาลที่ค่อนข้างสำคัญ เราท่านจะได้เห็นว่า หลายหน่วยงานใช้การยื่นแบบเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบความสุจริต โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

ทั้งนี้ เนื่องจากภาษีเงินได้กำหนดให้เป็นภาษีอากรในประเภทที่ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการประเมินตนเองว่ามีเงินได้ประเภทใด เป็นจำนวนเท่าใดในแต่ละปี เมื่อคำนวณภาษีตามหลักเกณฑ์แล้วผู้มีเงินได้มีจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียเป็นเท่าใด เมื่อได้หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายแล้ว จะต้องชำระเพิ่มเติมหรือมีสิทธิขอคืนภาษีเท่าใด จากนั้น กฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงานสรรพากรที่จะทำการประเมินความถูกต้องของจำนวนเงินภาษีที่ต้องเสียว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ อันเป็นกระบวนการตรวจสอบความโปร่งใสของผู้มีเงินได้

ดังนั้นหากยื่นแบบ ภ.ง.ด. ด้วยความสุจริต ก็เป็นหลักประกันในเบื้องต้นว่า ท่านไม่มีภาษีที่ต้องเสียเพิ่มเติมเนื่องจากการตรวจสอบของเจ้าพนักงานสรรพากร

4. การยื่นแบบ ภ.ง.ด. เป็นเครื่องหมายของผู้ที่มีความกตัญญูต่อแผ่นดินที่ได้อาศัยร่มเงา และพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม ให้ได้อยู่เย็นเป็นสุข มีสัมมาอาชีพที่สุจริต อันจะนำไปสู่ความสุขที่แท้จริง

ปุจฉา การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้มีประโยชน์อย่างไร

วิสัชนา ประโยชน์ของการเสียภาษีส่วนใหญ่จะเป็นประโยชน์ทางด้านจิตใจที่เป็นนามธรรม เช่น

1. ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นเครื่องหมายของคนดีมีจริยธรรม โดยเฉพาะการยื่นแบบแสดงเงินได้โดยถูกต้องครบถ้วน ก็ยิ่งจะทำให้คลายความกังวลต่อการตรวจสอบโดยสังคม และเจ้าพนักงานสรรพากร อันเป็นแนวคิดเชิงบวก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้มีเงินได้ที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการมีความคิดที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งปวงด้วยความซื่อสัตย์สุจริต กอปรด้วยความชอบธรรมเป็นนิจ

2. ความภาคภูมิใจนี้ สามารถถ่ายทอดเล่าสู่กันฟังในระหว่างญาติสนิทมิตรสหาย โดยเฉพาะลูกหลานเพื่อปลูกฝังแนวความคิดหรือปรัชญาในการดำเนินชีวิตที่ดีให้แก่ลูกหลายของท่านผู้มีเงินได้ได้เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดความสงบสุขร่มเย็นในครอบครัว

3. การที่ได้เสียภาษีเงินได้และภาษีอากรประเภทอื่นๆ นั้น อาจกล่าวได้ว่าไม่ต่างไปจากการบริจาคหรือการเสียสละทรัพย์ในส่วนของตน ซึ่งโดยปกติทั่วไปถือเป็นของรักของหวง ซึ่งหากตัดใจเสียสละอย่างแท้จริง ก็เท่ากับได้ฝึกปฏิบัติธรรมไปในตัว

4. หากคนไทยทุกคนมีแนวคิดหรือทัศนคติในเชิงบวกกันทั้งหมด ก็จะรังสรรค์ให้ประเทศชาติบ้านเมืองของเรามีแต่ความสุขสงบร่มเย็น ไม่คิดเบียดเบียนกันและกัน

5. เม็ดเงินภาษีที่รัฐได้รับ ถูกนำกลับคืนสังคมในรูปของสาธารณูปโภค เช่น ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ การชลประทาน สวัสดิการด้านพลานามัย เช่น โรงพยาบาล ความมั่นคงทั้งภายในและภายนอก เช่น ตำรวจ ทหาร และบริการของรัฐในรูปแบบต่างๆ เช่น การศึกษา การส่งเสริมให้ประกอบสัมมาอาชีพอย่างเสรี เป็นต้น

Credit:Bangkokbiznews.com