โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

ปุจฉา วิธีการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี มีกี่วิธี อะไรบ้าง

วิสัชนา วิธีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี มี 2 วิธี ตามมาตรา 48 (1) และ (2) ดังนี้

วิธีที่ 1 การคำนวณภาษีเงินได้จากเงินสุทธิ ตามมาตรา 48 (1) ดังนี้

ภาษีเงินได้ (1) =  เงินได้สุทธิ x อัตราภาษีก้าวหน้า ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (1)          

เงินได้สุทธิ       =  เงินได้พึงประเมินทุกประเภทที่ได้ในระหว่างปีภาษี เฉพาะรายการที่ไม่ได้รับยกเว้นภาษี หักด้วยค่าใช้จ่ายตามมาตรา 42 ทวิ มาตรา 42 ตรี มาตรา 43 มาตรา 44 มาตรา 45 มาตรา 46  พระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2502 และ (ฉบับที่ 165) พ.ศ.2529 และค่าลดหย่อน ตามมาตรา 47 มาตรา 57 ตรี และมาตรา 57 เบญจ
 วิธีที่ 2 การคำนวณภาษีเงินได้จากเงินได้พึงประเมิน ตามมาตรา 48 (2) ดังนี้

ภาษีเงินได้ (2) = เงินได้พึงประเมินทุกประเภทที่ได้รับตลอดปี แต่ไม่รวมถึงเงินได้ ตามมาตรา 40 (1) เฉพาะกรณีที่มีจำนวนรวมกันถึง 60,000 บาทขึ้นไป x 0.5%

อนึ่ง มาตรา 48 (3) เป็นเรื่องการเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (1)(ก) (4) เป็นเรื่องการเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (8) ที่เป็นเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ และ (5) เป็นเรื่องการเลือกเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้ตามมาตรา 40 (1)(ก) ที่เป็นเงินได้ที่นายจ้างจ่ายให้ครั้งเดียวเพราะเหตุออกจากงาน

ปุจฉา การคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีตามวิธีที่ 1 มีหลักเกณฑ์อย่างไร

วิสัชนา การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีจากเงินสุทธิ เป็นไปตามมาตรา 48 (1)

ปุจฉา อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามบัญชีอัตราภาษีเงินได้ (1) สำหรับบุคคลธรรมดา ท้ายหมวด 3  ในลักษณะ 2 มีลักษณะอย่างไร

วิสัชนา บัญชีอัตราภาษีเงินได้ (1) สำหรับบุคคลธรรมดา เป็นไปตามมาตร 48 (1) โดยกำหนดเป็นอัตราก้าวหน้าตามหลักความสามารถในการเสียภาษีอากรของผู้มีเงินได้ แสดงเป็นตารางได้ดังนี้

* ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีจากเงินได้สุทธิ ตามมาตรา 48 (1) ผู้มีเงินได้จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับปีภาษี 2551 เป็นต้นไป ให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้สุทธิในส่วนที่ไม่เกิน 50,000 บาท ตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 471) พ.ศ.2551

ปุจฉา การคำนวณภาษีตามเงินได้ประจำปีตามวิธีที่ 2 มีหลักเกณฑ์อย่างไร

วิสัชนา การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินได้พึงประเมินเป็นไปตามมาตรา 48 (2)

ให้เปรียบเทียบจำนวนภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 1 กับภาษีจำนวนเงินได้ตามวิธีที่ 2 วิธีใด  สูงกว่าให้เสียตามจำนวนนั้น

ดังจะเห็นได้ว่า หากต้องคำนวณภาษีทั้งสองวิธีดังกล่าว แม้วิธีที่ 1 จะไม่มีเงินสุทธิที่ต้องคำนวณภาษี  ซึ่งอาจเนื่องจากการประกอบธุรกิจขาดทุนสุทธิ หรือมีเงินได้สุทธิน้อยไม่พอที่จะหัก   ค่าลดหย่อนและการยกเว้น ผู้มีเงินได้ก็ยังคงต้องเสียเงินได้ตามวิธีที่  2 อันเปรียบเสมือนเป็น ภาษีเงินได้ขั้นต่ำนั่นเอง

ปุจฉา ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นไป มีแนวทางในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามวิธีที่ 1 และวิธีที่ 2 อย่างไร
วิสัชนา นับแต่ปีภาษี พ.ศ.2552 เป็นต้นไป ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 480) พ.ศ.2552  ซึ่งกำหนดยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามวิธีที่ 2 ที่มีจำนวนไม่เกิน 5,000 บาท คิดเป็นเงินได้พึงประเมินที่คำนวณในอัตราร้อยละ 0.5 ได้เป็นจำนวน 1,000,000 บาท จึงมีผลต่อการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาดังนี้

1. ในปีภาษีใดที่จำนวนเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ถึง (8) มีจำนวนรวมกันไม่เกิน 1,000,000 บาท โดยให้ผู้มีเงินได้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามจำนวนเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่คำนวณได้ตามวิธีที่ 1 (ถ้ามี) โดยไม่ต้องทำการคำนวณภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 2

2. ในปีภาษีใดที่จำนวนเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2) ถึง (8) มีจำนวนรวมกันเกินกว่า 1,000,000 บาท  ให้เปรียบเทียบจำนวนภาษีเงินได้ตามวิธีที่ 1 กับภาษีจำนวนเงินได้ตามวิธีที่ 2  วิธีใดสูงกว่าให้เสียตามจำนวนนั้น